เผยแพร่:
เมตตาคือความปรารถนาให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขและปราศจากความเป็นปฏิปักษ์ เมตตาภาวนาเป็นการฝึกพัฒนาความปรารถนาดีนี้ ไม่จำเป็นต้องสร้างความรู้สึกอบอุ่นอย่างแรงกล้าก่อนจึงจะเริ่มได้ เริ่มจากความปรารถนาดีที่เรียบง่ายและจริงใจ แล้วให้เจตนานั้นมีส่วนในการพูดและการกระทำ

เมตตาหมายถึงอะไร?
คำบาลี เมตตา (mettā) สื่อถึงไมตรีและความปรารถนาดีต่อสัตว์ทั้งหลาย ส่วน ภาวนา หมายถึงการเจริญหรือพัฒนา เมตตาภาวนาจึงเป็นการตั้งใจพัฒนาความปรารถนาดีนี้
ในบทความ Metta Means Goodwill Ṭhānissaro Bhikkhu อธิบายว่า ความปรารถนาดีไม่จำเป็นต้องหมายถึงความใกล้ชิดหรือความรักผูกพัน การปรารถนาให้ผู้หนึ่งมีความสุขอาจรวมถึงการปรารถนาให้เขาเลิกทำร้ายผู้อื่น และบางกรณีการเว้นระยะก็เหมาะสมกว่าการใกล้ชิด
ความรู้สึกอบอุ่นอาจเกิดร่วมกับการฝึก แต่ไม่ต้องบังคับให้เกิดก่อน ลองสังเกตว่าใจขณะนี้กำลังมุ่งไปทางความผาสุก หรือกำลังอยากให้อีกฝ่ายทุกข์ ถูกแก้แค้น หรืออับอาย
เมตตาผูกพันกับความประพฤติ
กรณียเมตตสูตรในขุททกปาฐะ เชื่อมการเจริญเมตตากับความซื่อตรง อ่อนโยน สันโดษ และการไม่ประพฤติสิ่งที่ผู้รู้ติเตียน ความปรารถนาดีครอบคลุมสัตว์ทั้งใกล้และไกล ที่เห็นและไม่เห็น ไม่จำกัดเฉพาะคนที่เราชอบ
หลักนี้นำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ ก่อนส่งข้อความ ลองดูว่ามีถ้อยคำทำร้ายโดยไม่จำเป็นหรือไม่ เมื่อใช้พื้นที่ร่วมกัน ก็เก็บของให้คนถัดไปใช้ได้สะดวก การกระทำเหล่านี้ไม่แทนการภาวนา แต่ทำให้เจตนาจากการฝึกปรากฏในการดำเนินชีวิต
พระสูตรกล่าวถึงการยืน เดิน นั่ง และนอนด้วย เราจึงระลึกถึงความปรารถนาดีได้นอกเวลานั่งภาวนา โดยยังมีความใส่ใจเพียงพอต่อกิจกรรมที่กำลังทำ
เมตตาต่างจากกรุณาอย่างไร?
เมตตาเป็นหนึ่งในพรหมวิหารสี่ ซึ่ง AN 4.125 กล่าวถึงการเจริญธรรมทั้งสี่ ได้แก่
- เมตตา: ปรารถนาให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุข
- กรุณา: เมื่อเห็นความทุกข์ ก็ปรารถนาให้ความทุกข์นั้นบรรเทาลง
- มุทิตา: ยินดีในความสุขและความดีของผู้อื่น
- อุเบกขา: รักษาความสมดุลของใจ โดยเข้าใจว่าความปรารถนาอย่างเดียวไม่อาจควบคุมเหตุการณ์ได้
เมื่อใครกำลังทุกข์ ความปรารถนาดีอาจแสดงออกเป็นกรุณา เมื่อเขาได้ดี ก็ยินดีกับเขา ส่วนอุเบกขาช่วยไม่ให้ความใส่ใจกลายเป็นข้อเรียกร้องว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เราต้องการ
วิธีเริ่มฝึกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเบื้องต้น ไม่ใช่บทนำภาวนาตายตัวจากพระไตรปิฎกหรือคำอธิบายวิธีสอนของวัดใดวัดหนึ่ง ครูผู้สอนอาจใช้จุดเริ่มและวิธีพัฒนาที่ต่างกัน
- เลือกท่าที่อยู่ได้อย่างเหมาะสม จะนั่งเก้าอี้หรือเบาะก็ได้ รับรู้การรองรับของที่นั่งและพื้น ปล่อยให้หายใจตามธรรมชาติ
- ระลึกถึงจุดประสงค์ กำลังเปิดโอกาสให้ความปรารถนาดี ไม่ได้สอบว่าตนรักผู้อื่นได้มากพอหรือไม่
- เลือกจุดเริ่มที่เข้าถึงได้ อาจเป็นตนเองหรือคนที่เราซาบซึ้งในความดีของเขา การนึกถึงความช่วยเหลือเล็ก ๆ ที่มีคนให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน อาจช่วยให้เข้าใจความปรารถนาดี
- ใช้ถ้อยคำหากช่วยให้ระลึกได้ เช่น “ขอให้ข้าพเจ้าใช้ชีวิตโดยไม่ผูกเวร ขอให้ข้าพเจ้าพบสิ่งที่เกื้อกูลความผาสุกอย่างยั่งยืน” เมื่อนึกถึงผู้อื่น อาจเปลี่ยนเป็น “ขอให้เขา” ปรับถ้อยคำตัวอย่างนี้ให้เป็นความปรารถนาที่กล่าวได้อย่างจริงใจ
- ใส่ใจความหมาย กล่าวในใจช้า ๆ พอจะจำความปรารถนานั้นได้ เมื่อเผลอคิดเรื่องอื่น ก็รู้แล้วกลับมาโดยไม่เพิ่มการตำหนิตนเอง
- จบด้วยความตั้งใจที่นำไปใช้ได้ ลองคิดว่าความปรารถนาดีจะเปลี่ยนการสนทนาหรือการกระทำถัดไปอย่างไร
อาจลองเพียงไม่กี่นาทีขณะที่ยังฝึกได้โดยไม่ฝืน ตัวอย่างนี้ไม่ได้กำหนดเวลาขั้นต่ำ ในข้อคิดเรื่องเมตตา Ajahn Sucitto กล่าวถึงการระลึกถึงความเอื้อเฟื้อที่ได้รับในชีวิตประจำวัน เป็นอีกทางเข้าถึงคุณธรรมนี้โดยไม่อาศัยการกล่าวถ้อยคำซ้ำเพียงอย่างเดียว
จำเป็นต้องเริ่มจากตนเองหรือไม่?
หลายวิธีเริ่มจากตนเอง แต่แนวทางเบื้องต้นมีได้ต่างกัน ในหนังสืออธิบายการเจริญเมตตาอย่างเป็นลำดับ Acharya Buddharakkhita เริ่มจากตนเอง แล้วขยายไปยังบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ส่วนกรณียเมตตสูตรไม่ได้กำหนดลำดับบุคคลเช่นนั้นไว้โดยตรง
ถ้าการปรารถนาดีต่อตนเองกลายเป็นการโต้เถียงในใจทันที อาจเลือกจุดเริ่มที่ง่ายกว่า ไม่ต้องบังคับให้ผ่านขั้นนี้ และไม่จำเป็นต้องนำความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดที่สุดมาใช้ในการฝึกครั้งแรก การฝึกกับคนที่ทำใจได้ยากควรค่อย ๆ เรียนรู้และมีคำแนะนำที่เหมาะสม
เมื่อพร้อมขยายความปรารถนาดี อาจนึกถึงคนที่ปกติเราไม่ค่อยสังเกต คนที่อยู่ใกล้ หรือสัตว์ทั้งหลายนอกวงคนรู้จัก ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพของทุกชีวิตให้ชัดในใจ
เมื่อไม่รู้สึกอบอุ่นหรือมีความโกรธ
อาจพบความอบอุ่น ความฟุ้งซ่าน ความต้านทาน หรือแทบไม่มีอารมณ์ใดเด่นชัด ลองรับรู้สิ่งที่มีโดยไม่ใช้เป็นคะแนนตัดสินตนเอง ในบทความ Practice Notes: Goodwill Ajahn Sucitto เน้นท่าทีที่ไม่ผลักไส มากกว่าการกำหนดว่าต้องร่าเริงอยู่เสมอ
ถ้าถ้อยคำดูฝืน อาจลดให้สั้นลง หรือนึกถึงการกระทำที่ดีซึ่งเราเข้าใจจริง ๆ สังเกตว่ากำลังระลึกถึงความปรารถนาดีอย่างสงบ หรือกำลังกล่าวคำซ้ำพร้อมกับเถียงตนเอง
ไม่ต้องปฏิเสธว่ามีความโกรธ AN 5.161 ซึ่งตรัสกับภิกษุ กล่าวถึงวิธีระงับความอาฆาตหลายอย่าง ได้แก่ เมตตา กรุณา อุเบกขา การไม่ใส่ใจบุคคลนั้น และการพิจารณาว่าบุคคลนั้นมีกรรมเป็นของตนและต้องรับผลของกรรมที่ทำ ไม่ได้สรุปว่าทุกสถานการณ์ต้องใช้วิธีเดียว
หากการฝึกหนักเกินรับไหว ให้หยุดและกลับมารับรู้สิ่งแวดล้อมตรงหน้า ขอคำแนะนำที่เหมาะสมก่อนเพิ่มความเข้มข้น ไม่จำเป็นต้องฝืนทำต่อขณะที่ความทุกข์กำลังเพิ่มขึ้น
เมตตากับการวางขอบเขต
การปรารถนาให้ใครมีความสุขไม่ได้บังคับให้ต้องติดต่อ ไว้ใจ หรือยอมรับพฤติกรรมที่เป็นอันตราย การปรารถนาให้เขาเลิกทำร้ายผู้อื่นไปด้วยกันได้กับการปกป้องตนเองและผู้อื่น คำอธิบายของ Ṭhānissaro Bhikkhu ระบุด้วยว่า บางสถานการณ์การเว้นระยะเหมาะสมกว่าความใกล้ชิด
ในชีวิตประจำวัน เมตตาอาจเป็นการตอบโดยไม่ใช้คำทำร้าย การช่วยในสิ่งที่เป็นประโยชน์ หรือการบอกขอบเขตอย่างชัดเจน ไม่ได้ทำให้เราต้องรับผิดชอบการเติมเต็มความต้องการของทุกคน ลองพิจารณาว่าอะไรลดการเบียดเบียนในสถานการณ์นั้น แทนการวัดความดีด้วยจำนวนสิ่งที่ยอมทำให้
เรื่องที่ต้องอาศัยการคุ้มครอง ความรับผิดชอบ หรือการลงมือแก้ไข ยังต้องได้รับการจัดการ การกล่าวคำปรารถนาดีหรือการภาวนาที่รู้สึกดีเพียงอย่างเดียวไม่ได้คลี่คลายเรื่องเหล่านั้น

เมตตาภาวนา บทแผ่เมตตา และกรณียเมตตสูตร
เมตตาภาวนาคือการพัฒนาความปรารถนาดี กรณียเมตตสูตรเป็นพระสูตรที่พบทั้งในขุททกปาฐะ หมายเลข Khp 9 และสุตตนิบาต Sn 1.8 ส่วนการสวดหรือกล่าวบทแผ่เมตตาเป็นการกล่าวถ้อยคำตามบท การสวดพระสูตรช่วยเกื้อกูลการเจริญเมตตาได้ และในการภาวนาก็อาจใช้คำปรารถนาดีง่าย ๆ ด้วยภาษาของตนเอง
ขณะสวดสามารถใส่ใจความหมาย และขณะภาวนาก็ใช้ถ้อยคำช่วยระลึกได้ แต่การกล่าวซ้ำเพียงอย่างเดียวไม่แทนการรู้เจตนาที่กำลังฝึก สำหรับตัวอย่างเบื้องต้นนี้ ใช้ภาษาที่เข้าใจได้ ไม่จำเป็นต้องใช้บาลี
หากต้องการตัวบทสวด ให้ดูคู่มือหนังสือสวดมนต์ภาษาบาลี และตรวจถ้อยคำกับความหมายของบทที่เลือก ตัวอย่างในหน้านี้ไม่ใช่คำแปลพระสูตรหรือบทสวดอย่างเป็นทางการของวัด
เรียนรู้ต่ออย่างไร?
ภายใต้คำแนะนำของครู เมตตาอาจเป็นการภาวนาหลักหรือฝึกร่วมกับการอบรมด้านอื่น SN 46.54 เชื่อมเมตตากับโพชฌงค์ เช่น สติ ธัมมวิจยะ ปัสสัทธิ และสมาธิ โดยน้อมไปสู่การปล่อยวาง จึงมีขอบเขตกว้างกว่าการทำให้อารมณ์ดี
ในการทบทวนทั่วไป ลองสังเกตสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น รู้ทันเจตนาร้ายเร็วขึ้นหรือไม่ กลับมาฝึกโดยตำหนิตนเองน้อยลงหรือไม่ และพูดอย่างระวังขึ้นหรือไม่ ข้อสังเกตเหล่านี้นำไปสนทนากับครูได้ แต่ใช้ยืนยันการบรรลุธรรมไม่ได้
แหล่งข้อมูล
- กรณียเมตตสูตรในขุททกปาฐะ — พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับหลวง เล่ม 25 ข้อ 10
- Karaṇīya Mettā Sutta, Khp 9 — แปลอังกฤษโดย Ṭhānissaro Bhikkhu
- Ṭhānissaro Bhikkhu: Metta Means Goodwill (ภาษาอังกฤษ)
- Ajahn Sucitto: Mettā — เว็บไซต์วัดอภัยคีรี (ภาษาอังกฤษ)
- Ajahn Sucitto: Practice Notes: Goodwill (mettā) (ภาษาอังกฤษ)
- Acharya Buddharakkhita: Metta: The Philosophy and Practice of Universal Love (ภาษาอังกฤษ)
- AN 5.161: Āghatāvinaya Sutta — วิธีระงับความอาฆาต (ภาษาอังกฤษ)
- AN 4.125: Mettā Sutta — พรหมวิหารสี่ (ภาษาอังกฤษ)
- SN 46.54: Mettā Sutta — เมตตากับโพชฌงค์ (ภาษาอังกฤษ)