การปฏิบัติสมถะมีเป้าหมายเพื่อทำให้จิตที่ไม่สงบกลับมาสงบ ทำให้จิตที่กระสับกระส่ายกลับมาตั้งมั่น และช่วยให้ใจมีความผ่อนคลายมากขึ้น
เมื่อจิตมีสมาธิและความแน่วแน่มากพอ ปัญญาจึงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ สมถะจึงเป็นรากฐานที่สำคัญก่อนการเจริญวิปัสสนา
การเพ่งหรือกำหนดอารมณ์เดียวอย่างต่อเนื่อง เช่น ลมหายใจ เป็นรูปแบบหนึ่งของสมถะ เมื่อจิตอยู่กับอารมณ์นั้นได้ต่อเนื่อง ความสงบและความตั้งมั่นจะค่อย ๆ เกิดขึ้น
ผู้ปฏิบัติบางคนใช้อาการพองยุบของท้องเป็นอารมณ์ บางคนใช้การเดินจงกรมโดยกำหนดการเคลื่อนไหวของเท้า ทั้งหมดนี้เป็นวิธีให้จิตมีที่อยู่และไม่ไหลไปตามความคิดตลอดเวลา
สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง ไม่ใช่การบังคับจิตอย่างรุนแรง หากจิตวางอยู่กับอารมณ์ได้อย่างนุ่มนวล ความสงบจะค่อย ๆ สะสมขึ้นเอง
หากจิตสงบและตั้งมั่นพอ ผู้ปฏิบัติจะเริ่มเห็นว่ากายกับใจเป็นคนละส่วนกันอย่างชัดขึ้น นี่ไม่ใช่ประสบการณ์แปลกเหนือธรรมชาติ แต่เป็นความรู้สึกว่ามีความรู้ตัวที่มั่นคงขึ้น
หากต้องการก้าวต่อไปสู่การเห็นตามความเป็นจริง ควรศึกษาการปฏิบัติแบบ วิปัสสนา ควบคู่กันด้วย
สมถะมีเป้าหมายเพื่อทำให้จิตที่ฟุ้งซ่าน ไม่สงบ หรืออ่อนล้า กลับมาอยู่ในภาวะที่นิ่ง มั่นคง และผ่องใสมากขึ้น เป็นฐานสำคัญของการเกิดสมาธิ
สมถะเน้นการทำจิตให้นิ่งและตั้งมั่นอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง ส่วนวิปัสสนาใช้จิตที่ตั้งมั่นนั้นมารู้เห็นความจริงของกายใจตามที่เป็น ทั้งสองอย่างเกื้อหนุนกัน
โดยทั่วไปนิยมใช้ลมหายใจ หรือการเคลื่อนไหวของท้องขณะหายใจ จุดสำคัญคือเลือกสิ่งที่จิตสามารถอยู่ด้วยได้อย่างต่อเนื่องและเป็นธรรมชาติ
หากจิตยังไม่มีกำลังและความมั่นคงเพียงพอ การเจริญวิปัสสนามักจะขาดความต่อเนื่อง สมถะช่วยให้จิตมีพลังและพร้อมสำหรับการเห็นตามความเป็นจริง
ได้ การกำหนดลมหายใจอย่างสม่ำเสมอวันละ 20–30 นาที ก็เป็นการฝึกที่ดีมากและช่วยเสริมกำลังสมาธิในระยะยาว